ด้าน พ.ต.อ.ชนพัฒน์ เผยว่า ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหานายกิตติวินท์ ว่าพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร,มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับ อนุญาต,และใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการที่คู่กรณีทั้ง2ฝ่ายยังให้การขัดแย้งกันอยู่นั้น เบื้องต้นจะได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อหาข้อสรุป ของคดีนี้ต่อไป
กรณี นายสมจิตร แซ่ลี อายุ25ปี อาชีพมัคคุเทศก์ของบริษัท วี.แอล.ซี.ทัวร์ เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ มั่นศรี พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าถูกกลุ่มไกด์เถื่อนทำร้ายร่างกาย และใช้อาวุธปืนยิงใส่ แต่โชคดีที่กระสุนไม่ถูกใคร เหตุเกิดภายในร้านอาหารไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ปากทางเข้าโรงแรมชลจันทร์ หมู่1 ต.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ01.30น. วันที่23ม.ค. สาเหตุจากเปิดเพลงเสียงดัง ตามที่มีการนำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่23ม.ค. นายกิตติวินท์ โจว อายุ23ปี เจ้าของร้านอาหารเฮงหัว ตั้งอยู่บนเกาะล้านเมืองพัทยา ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ได้นำของกลางอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกขนาด9มม. เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.อ.วิฑูร เหลืองอมรศักดิ์ ผกก.2บก.ทท. และ พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา เข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยนายกิตติวินท์ โจว ให้การว่า ในคืนเกิดเหตุนายฮุย ไม่ทราบนามสกุล อายุ23ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขย และมีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยวอย่างถูกกฎหมาย ได้โทรศัพท์มาบอกว่าถูกนายสมจิตร แซ่ลี อายุ25ปี กับพวกประมาณ5-6คน รุมทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหารดังกล่าว ตนจึงรีบเดินทางไปดู พบพี่เขยกำลังถูกกลุ่มของนายสมจิตร ที่มีทั้งอาวุธมีดและไม้รุมชกต่อย ตนจึงรีบเข้าไปห้ามปรามและจะพาตัวพี่เขยกลับบ้าน แต่นายสมจิตร กับพวก กลับทำท่าจะกรูเข้ามาทำร้าย ตนจึงตัดสินใจชักอาวุธปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3นัดเพื่อป้องกันตัว ก่อนรีบนำตัวพี่เขยออกจากที่เกิดเหตุ ตามข่าวที่ว่าตนใช้ปืนจ่อหัวนักท่องเที่ยวชาวจีนและยิงใส่ร้านอาหารนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างใด
แหล่งที่มา : เดลินิวส์