โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมกมธ.ยกร่างฯ ยังได้พิจารณา ตอนที่ 4 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และตอนที่ 5 ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งกมธ.ยกร่างฯเห็นร่วมกันว่า ให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อไปศึกษาข้อดี ข้อเสีย ในการควบรวมทั้ง 2 หน่วยงานเข้าด้วยกันแล้วนำมาเสนอต่อกมธ.ยกร่างฯ เนื่องจากกมธ.ส่วนใหญ่เห็นว่า การควบรวม 2 หน่วยงานเข้าด้วยกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของ ทั้ง 2 องค์กรเมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญญ แถลงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้าสู่วันที่ 13 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ 5 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญเดิมใน 5 ด้าน คือ 1.ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จะต้องยื่นแบบบัญชีแสดงทรัพย์สินและต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบจากเดิมที่ ไม่ต้องเปิดเผย 2.ระบบการสรรหาใหม่ที่ใช้กับ กกต. ป.ป.ช. คตง.และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยตัดสัดส่วนของประธานศาลฎีกาทิ้งไป แล้วให้มีคณะกรรมการสรรหาทั้งสิ้น 12 คน ที่มาจากประเภทต่าง ๆ 5 ด้าน ดังนี้ 1. ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ที่เลือกโดยที่ประชุมศาลฎีกา 2 คน และเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คน 2. ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ที่เลือกโดยพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาล 1 คน และเลือกโดยพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน 2 คน 3. ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คนที่เลือกโดยคณะรัฐมนตรี 4. ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ที่เลือกโดยอธิการบดีในสถาบันอุดมศึกษา 5.ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ที่เลือกโดยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ
แหล่งที่มา : เดลินิวส์