“บางสถานการณ์ใช้กฎหมายความมั่นคงไม่ได้ ก็ต้องใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำไมไม่สงสัยว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำไมไม่ใช้กฎหมายความมั่นคง เพราะใช้กฎหมายความมั่นคง ไม่ได้ผล อย่างบางกรณีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินใช้ไม่ได้ผล ต้องใช้กฎอัยการศึก อาจเป็นยาแรง แสดงว่าผลไม่เหมือนกัน อย่าลืมว่าที่ผ่านมาเป็นการยึดอำนาจ ไม่ใช่งานภูเขาทอง หรือลอยกระทง ที่จะได้ใช้อะไรไปเบ็ดเตล็ด เมื่อยึดอำนาจสถานการณ์ก็ไม่ปกติ จึงต้องใช้ยาแรงในขณะนั้น แต่หลังใช้มาระยะหนึ่ง เมื่อมีเสียงเรียกร้อง สถานการณ์เปลี่ยนไปอาจคิดกลับมาใช้กฎหมายที่เบากว่า หรืออาจจะเลิก ไม่ต้องมีกฎหมายใดเลยก็เป็นเรื่องที่คิดได้ แต่ละอย่างมีผลกระทบของมัน”นายวิษณุ
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดอาญา ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหาย โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องไปศาลในวันที่ 19 พ.ค. ไม่ไปไม่ได้ หากไม่ไป ศาลคงจะเลื่อนการพิจารณาคดี และออกหมายจับ ยืนยันว่าจำเลยต้องออกไปปรากฎตัวต่อศาล เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลสั่งรับฟ้องคดี จากนั้นจะส่งสำเนาฟ้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายใน 7 วัน โดยนัดวันที่ 19 พ.ค.นี้ จะต้องมาศาล เพื่อถามว่าจะรับสารภาพหรือไม่ โดยจะอ่านคำฟ้องและอธิบายให้ฟัง และถามว่าจะให้การอย่างไร ซึ่งเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องไปศาล แต่หากจำเป็น ไม่สามารถเดินทางไปได้ ก็สามารถบอกศาลล่วงหน้า เพื่อเลื่อนการพิจารณาคดี และรอให้ศาลอนุญาต แต่ถ้าให้ศาลนั่งบัลลังก์แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มา ตรงนี้เกิดเรื่องแน่นอน ใครเคยเป็นจำเลยก็คงรู้ และไม่มีทนายคนไหน ไม่ทราบเรื่องเหล่านี้
นาย วิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เป็นเรื่องของเขา เมื่อครั้งที่ตนถูกฟ้องในคดีหวย 2-3 ตัว ศาลบอกเลยว่า 1.ไปต่างประเทศ ต้องมาขออนุญาตศาล 2.ต่อจากนี้ไป ไม่ต้องมาแล้ว ดังนั้นหากในวันนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ไปอีก ไม่ทำให้ศาลเชื่อใจ คำสั่งที่ศาลจะสั่ง ก็จะเปลี่ยนหมด
แหล่งที่มา : เดลินิวส์