วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

รัฐเดินหน้าตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

992825ขณะเดียวกันยังเห็นชอบพื้นที่แปลงที่ดินเพื่อนำมาจัดตั้งเป็นนิคม อุตสาหกรรมหรือให้เช่าใน6 เขตเศรษฐกิจพิเศษรวม 24,817 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของหน่วยงานรัฐ เช่นกรมป่าไม้ คือ จังหวัดตาก 14,858 ไร่ สระแก้ว 2,944 ไร่ ,ตราด 740 ไร่ ,มุกดาหาร 1,085 ไร่ ,สงขลา 1,095 ไร่ และหนองคาย 4,149 ไร่โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดทำรายละเอียดด้านกฎหมายและการ ชดเชยเสนอให้คสช.ออกเป็นคำสั่งให้สามารถนำที่ดินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์เป็น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและให้กรมธนารักษ์ดูแล

นายอาคมกล่าวว่า กนพ.ยังเห็นชอบโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่สอดและสะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่2 บริเวณใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์แห่งแรกวงเงินรวม 3,900 ล้านบาท โดยให้ใช้งบกลางปี 58 วงเงิน 500 ล้านบาทดำเนินการระยะแรก พร้อมกับพัฒนาโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรบ้านหาดเล็ก จ.ตราด โดยให้กระทรวงต่างประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหม เจรจากับกัมพูชาหาข้อยุติเรื่องเขตแดนและการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาด่านถาวร ต.บ้านไร่อ.อรัญประเทศ โดยมอบหมายฝ่ายความมั่นคง เจรจาหาข้อยุติเรื่องการกำหนดพื้นที่ด่านถาวรกับกัมพูชาต่อไป

ขณะที่สิทธิพิเศษของการเข้าลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นผู้ที่เข้ามาลง ทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามประกาศ บีโอไอ เช่นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีได้รับการลดหย่อนสำหรับกำไรสุทธิ ที่ได้รับจากการลงทุน 50% เป็นเวลา 5 ปี สามารถหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปา ได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 30 ปีสามารถหักเงินลงทุนในการติดตั้งหรือ ก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกได้ 25% ของเงินลงทุน ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ ผลิตเพื่อการส่งออก 5ปี และอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมตามที่ บีโอไอกำหนด

“ตอนนี้มีเอกชนแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แล้วคือเครือสหพัฒน์ ที่มีพื้นที่ในเขตอ.แม่สอดอยู่แล้ว จะลงทุน 2 เรื่อง ทั้ง อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม และแฟชั่น และชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ที่ตอนนี้มีเอกชนจะมาขอเช่าพื้นที่ของสหพัฒน์ประกอบกิจการ”

นายอาคมเติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ประกาศกิจการเป้าหมาย 13 กิจการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับสูงตาม ประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)พร้อมทั้งเห็นชอบกิจการเป้าหมายรายพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตาก สระแก้ว ตราดมุกดาหาร และสงขลา โดยจากนี้สศช. จะไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างประกาศกนพ. ต่อไป

สำหรับกิจการทั้ง13 กิจการ ประกอบด้วยอุตสาหกรรมการเกษตร ประมงและกิจการที่เกี่ยวข้อง ,อุตสาหกรรมเซรามิกส์ ,อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง ,อุตสาหกรรมผลิตเครื่องเรือน ,อุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ,การผลิตเครื่องมือแพทย์ ,อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน ,อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ,การผลิตพลาสติก ,การผลิตยา ,กิจการโลจิสติกส์,นิคมหรือเขตอุตสาหกรรม และกิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: รัฐเดินหน้าตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ