วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เจอในเขมร หนุ่มจีนถูกอุ้ม ตร.สอบเข้มที่มา-ที่ไป

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZ9B9ZzUOdjr0V3gy5KSYlTFkuNjRWyPd9VPด้าน พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สอบปากคำเพื่อนของนายเฉิน จี้ และคนขับรถแล้ว โดยนายเฉินทำธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประเทศ กัมพูชา อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการทำธุรกิจอย่างอื่นอีกหรือไม่ จากการดูแผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้ายแล้วพบว่ามีการทำงานที่ชำนาญ แล้วการก่อเหตุครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะประสงค์ต่อเงิน

ส่วนที่กองปราบปราม หลังจากที่ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ป. ได้เรียก พ.ต.อ.ธวัชชัย คำแหงพล ผกก.สง.ก.ต.ช. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา สว.งาน 2 บก.ปอท.ช่วยราชการศูนย์มือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล (บก.ป.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อวางแนวทางการสืบสวนในคดีนี้ โดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดชุดสืบสวนไปร่วมทำคดีนายเฉิน จี้ นักธุรกิจหนุ่มชาวจีนที่ถูกอุ้มตัวไปแล้ว โดยให้ชุดสืบสวนไปประสานขอข้อมูลที่ สน.พญาไท เพื่อวางแนวทางการทำงาน ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งประเด็นการหายตัวไปของนายเฉิน จี้ ต้องรอตรวจสอบข้อมูลหลายๆทางก่อน ในเบื้องต้นทางชุดทำงานจะตรวจสอบธุรกิจของผู้เสียหาย ว่าเป็นอย่างไร เพราะผู้เสียหายถือว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งที่อายุยังน้อยอยู่ ทำธุรกิจในประเทศกัมพูชาจนได้รับการออกสัญชาติให้ ถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งนี้เพื่อจะได้รู้ว่าธุรกิจที่ทำอยู่มีปัญหาไปขัดแย้งกับใครหรือไม่ถึง ต้องโดนอุ้มไปในลักษณะนี้

มีรายงานด้วยว่า กลุ่มคนร้ายเคยให้นายเฉิน จี้ ติดต่อมาด้วยการแชตผ่านโปรแกรมวีแชต เพื่อเรียกเงินค่าไถ่กว่า 20 ล้านหยวน หรือ 100 ล้านบาทไทย ทั้งนี้ได้รับการยืนยันจากเพื่อนผู้หญิงของนายเฉินที่เข้าแจ้งความ แต่ทางตนมีเงินแค่ 18 ล้านหยวนไม่พอให้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ตลอดคืนวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายยังไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบข้อมูลบางอย่างอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าวัน เกิดเหตุ นาย เฉิน จี้ ได้นัดคุยกับกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจชาวจีนที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือไม่ อาจเป็นไปได้ว่าอาจถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดักอุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่

ล่าสุดเมื่อเวลา 22.30 น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวนายเฉิน จือ มาจากประเทศกัมพูชา เบื้องต้นทราบว่าหลังถูกอุ้มจากกรุงเทพฯ ถูกนำตัวไปที่ประเทศกัมพูชา และได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวมาสอบปากคำในวันที่ 15 พ.ย. ในรายละเอียดที่ถูกคนร้ายจับตัวไปถึงการเรียกค่าไถ่ และเหตุผลในการปล่อยตัว

แหล่งข่าวรายงานว่า นายเฉิน จี้ นั้น ถือว่ากำลังเป็นนักธุรกิจดาวรุ่ง มีทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตที่กำลังไปได้ดี ขณะนี้แนวทางการสอบสวน มุ่งไปที่กรณีอาจโดนกลุ่มคนที่ขัดแย้งทางธุรกิจ หรือกลุ่มคนรู้จักจับตัวไป โดยนายเฉิน เดินทางเข้ามาประเทศไทยพร้อมเพื่อน เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 10 พ.ย. แล้วเข้าพักที่โรงแรมชาเที่ยม เรสซิเดนส์ ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อมาวันที่ 11 พ.ย. นายเฉิน จี้ พร้อมกับคนขับรถ ได้ใช้รถยนต์โตโยต้า รุ่นอินโนวา สีขาว เดินทางมารับประทานอาหารที่อาคารใบหยก 2 เมื่อจอดรถด้านหน้าอาคารแล้ว ขณะที่นายเฉิน จี้ ลงจากรถได้ถูกคนร้าย 2 คน อายุประมาณ 40 ปี 1 ใน 2 สวมหมวกแก๊ปสีขาว แสดงตัวโชว์บัตรตำรวจ แล้วอ้างว่ามีหมายจับของประเทศจีน ฉุดแขนนายเฉิน จี้ ขึ้นรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฌฎ 1867 กรุงเทพมหานคร ขับออกซอยราชปรารภ 3 หายไป จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าคนร้ายทั้งสองคนพูดภาษาไทยชัดเจน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง พบว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุเวลา 12.40 น. วันที่ 11 พ.ย. โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์โตโยต้า อินโนวา สีขาว ของนายเฉิน ตั้งแต่เลี้ยวเข้าซอยราชปรารภ 3 ทางเข้าอาคารใบหยก 2 โดยมีรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฌฎ 1867 กรุงเทพมหานคร ของคนร้ายขับตามหลังมาและมีคนร้ายอีก 1 คน ขี่รถ จยย.ยามาฮ่า รุ่นมีโอ ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ประกบรถของนายเฉินมาด้วยคาดมาคอยชี้เป้า เมื่อคนร้ายอุ้มนายเฉินขึ้นรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ไปแล้ว คนร้ายที่ขี่รถ จยย.คันดังกล่าวได้ขี่ประกบรถยนต์ที่อุ้มนายเฉินไปด้วย อย่างน้อยคนร้ายต้องมี 4 คน คือคนขับรถ คนร้ายที่ลงมาอุ้มเหยื่อ 2 คน และคนร้ายที่ขี่รถ จยย.มาประกบชี้เป้า

คดีคนร้ายอ้างเป็นตำรวจอุ้มนักธุรกิจชาวจีน จากหน้าตึกใบหยก 2 ไปเรียกค่าไถ่ 100 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ รอง ผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บช.น. และชุดสืบสวนร่วมประชุมเพื่อคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายเฉิน จี้ อายุ 27 ปี นักธุรกิจสองสัญชาติกัมพูชา-จีน โดยในที่ประชุมได้มีการนำสำนวนการสอบสวนเพื่อนของนายเฉิน จี้ รวมทั้งหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบเพื่อหาแนวทางการติดตามตัวนาย เฉิน จี้ ใช้เวลาในการประชุมเครียดกว่า 4 ชั่วโมง โดยมีกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจชาวจีนเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีด้วย

พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ ผบก.น. 1 กล่าวว่า หลังจากตำรวจรับคดีแล้วเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกสืบสวนกันตลอดเวลา ซึ่ง พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.น. 1 และฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ได้เร่งทำงานแข่งกับเวลา อดหลับ อดนอนกันตลอดทั้งคืน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยของเหยื่อต้องช่วยเหลือให้ได้ก่อน การสืบสวนทราบว่านายเฉิน ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อยู่ในประเทศกัมพูชาเดินทาง เข้ามาในประเทศไทยล่าสุดเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา ในฐานะนักท่องเที่ยว โดยนายเฉินมักจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยบ่อยครั้ง จะพักอยู่ครั้งละประมาณ 10 วัน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นจริง ส่วนเรื่องของปมขัดแย้งนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ คนร้ายน่าจะประสงค์เอาเงิน ส่วนในรายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกลัวความปลอดภัยของเหยื่อตำรวจประชุมเครียดเร่งติดตามหาตัวนักธุรกิจหนุ่มชาวจีน ถูกเรียกค่าไถ่ 100 ล้านบาท พบธุรกิจไม่ธรรมดาขนาดกัมพูชาถึงกับออกสัญชาติให้ รับเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย หลังถูกคนร้ายคาดมีไม่ต่ำกว่าสี่คน อ้างเป็นตำรวจดักอุ้มตัวไปที่หน้าอาคารใบหยก 2 กล้องวงจรปิดจับภาพได้ พบวางแผนมาอย่างดี ขับรถยนต์ตามหลัง ขี่จักรยานยนต์คอยชี้เป้า ตำรวจตรวจสอบพบก่อนเกิดเหตุนัดคุยกับกลุ่มเพื่อนธุรกิจที่เชื่อมโยงแก๊งคอ ลเซ็นเตอร์ คาดอาจมีส่วนพัวพัน ด้านกองปราบฯไม่รอช้า ตั้งชุดทำงานประสานข้อมูลนครบาล ร่วมสืบสวนทำคดีควบคู่กันไป

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: เจอในเขมร หนุ่มจีนถูกอุ้ม ตร.สอบเข้มที่มา-ที่ไป