วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เอสเอ็มอีช็อกพิษเศรษฐกิจ

EyWwB5WU57MYnKOuFIwCRrgYVZvfu7xPBriLB57en7YAzaHQsfplsDขณะที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.34% เช่นเดียวกับสินเชื่อที่ขาดส่งตั้งแต่ 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน (SM) โดยรวมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.54% ของสินเชื่อรวมจาก 2.4% ในไตรมาสก่อน

นายจาตุรงค์กล่าวด้วยว่า ธปท.ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์ไปประเมิน และสรุปประเด็นที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ...ว่าด้วยการค้ำประกันและจำนอง ในกรณีการกำหนดขอบเขตภาระความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน มาส่ง ธปท.โดยเร็วที่สุด เพื่อพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อการปล่อยสินเชื่อผู้ให้กู้ และผู้ขอสินเชื่อ แต่เมื่อร่าง พ.ร.บ.ออกมาแล้ว ธนาคารพาณิชย์ก็ต้องดำเนินการตามนั้น โดยเร่งการปรับกระบวนการปล่อยสินเชื่อในการค้ำประกันโดยบุคคล เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

นางสาลินีกล่าวต่อว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไปโทษสถาบันการเงินเอกชนไม่ได้ที่ปฏิเสธสินเชื่อ ที่มีความเสี่ยง ทำให้เอสเอ็มอีขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ที่ผ่านมาเอสเอ็มอีแบงก์อยู่ในฐานะธนาคารเฉพาะกิจ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเอสเอ็มอีเหล่านี้ให้มีสภาพคล่องที่ดีขึ้น เพื่อรอจังหวะในปีหน้า หากเศรษฐกิจดีขึ้นกิจการก็อยู่ต่อไปได้ แต่หากปีหน้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

วันเดียวกัน นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างช้า ส่งผลให้สินเชื่อไตรมาสที่ 3 ของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.6% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 เนื่องจากความต้องการสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ลดลง ขณะที่ลูกหนี้รายใหญ่ส่วนหนึ่งออกหุ้นกู้ หรือเพิ่มทุนและนำเงินมาคืนหนี้ โดยเท่าที่ ธปท.ติดตามพบว่าช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีรายใหญ่ที่คืนสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ เฉพาะที่สูงกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นวงเงินรวม 220,000 ล้านบาทนางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ และหากยังชะลอตัวอยู่อย่างนี้ต่อไป คาดว่าเราจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงมากกว่าปี 2540 ซึ่งช่วงนั้นไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะมีปัญหาฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมือง จนมีผลกระทบกับสถาบันการเงิน เมื่อรัฐบาลลอยตัวค่าเงินบาทยังช่วยกระตุ้นการส่งออกและยังทำให้ราคาสินค้า เกษตรดีขึ้น แต่ในปีนี้แตกต่างเพราะเศรษฐกิจในต่างจังหวัดนิ่งมากๆ จนเกิดความชะงักงัน อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขาดสภาพคล่อง ราคาสินค้าเกษตรก็ยังตกต่ำอีกด้วย

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: เอสเอ็มอีช็อกพิษเศรษฐกิจ