อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุช่วงแรกๆ พยานบางคนกลับให้การว่า เห็นนายบราวน์ยกมือขึ้นเพื่อยอมจำนนขณะถูกยิงจนเสียชีวิต แต่ในชั้นศาล นายแม็คคัลล็อคชี้แจงว่า หลักฐานทางกายภาพและคำให้การของพยานคนอื่นๆ ในภายหลังนั้น ขัดแย้งกับรายละเอียดดังกล่าว การตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแยกแยะข้อเท็จจริงกับ เรื่องที่แต่งขึ้น
กระนั้น รายงานข่าวยังตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนลูกขุนที่เข้ารับหน้าที่สอบสวนคดีการ เสียชีวิตของนายบราวน์ว่าประกอบด้วยผู้ถูกสุ่มเลือกเข้ามา 12 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอเมริกันผิวขาว 9 คน ชาวอเมริกันผิวสีแค่ 3 คน ซึ่งการจะสรุปมติฟ้องร้องผู้ถูกกล่าวหาได้ ต้องได้เสียงสนับสนุน 9 เสียงเป็นอย่างน้อย
เหตุความวุ่นวายที่ลุกลามกลายเป็นการก่อจลาจลย่อยๆในสหรัฐฯ หลังการพิจารณาคดีที่ให้เจ้าหน้าที่ผิวขาว ไม่มีความผิดในคดีทำร้ายคนผิวสี เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้ง อาทิ เหตุจลาจลที่นครลอสแอนเจลิส เมื่อปี 2535 หลังกลุ่มตำรวจผิวขาวถูกตัดสินให้พ้นผิด หลังปรากฏในคลิปวีดิโอ ได้ก่อเหตุรุมทำร้ายนายร็อดนี คิง ผู้ขับขี่รถยนต์ผิวสี และเหตุประท้วงที่รัฐฟลอริดา เมื่อปี 2556 หลังคณะลูกขุนตัดสินให้นายจอร์จ ซิมเมอร์แมน อาสาสมัครป้องกันชุมชน พ้นผิดข้อหายิงนายเทรย์วอน มาร์ติน วัยรุ่นผิวสีที่ไม่มีอาวุธ จนถึงแก่ความตาย โดยอ้างถูกผู้ตายคุกคามและพยายามทำร้ายก่อน
ส่วนที่มหานครนิวยอร์ก ผู้ประท้วงหลายร้อยคนได้เดินขบวนที่จัตุรัส ไทม์สแควร์ พร้อมถือแผ่นป้ายเขียนข้อความประท้วงต่างๆ รวมทั้งข้อความว่า “ตำรวจใช้อำนาจกดขี่” และ “ความยุติธรรมไม่มี สันติภาพไม่บังเกิด” บางคนยังโยงตำรวจในคดีนี้เข้ากับกลุ่มหัวรุนแรงผิวขาวสุดโต่งในอดีตอย่าง “คู คลักซ์ แคลน” ด้วย นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมประท้วงที่ย่านยูเนียน สแควร์ของมหานครนิวยอร์ก และระหว่างที่นายบิล แบรตตัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งมหานครนิวยอร์ก ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ที่บริเวณสี่แยกใหญ่ “บิ๊กแอปเปิ้ล” ในย่านไทม์สแควร์อยู่นั้น ได้ถูกผู้ประท้วงบางคนสาดของเหลวสีแดงไม่ทราบชนิดใส่ใบหน้า แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นๆ
ขณะเดียวกัน มีรายงานเหตุประท้วงคำตัดสินในครั้งนี้ ในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น เมืองบอสตัน (รัฐ แมสซาชูเสตต์) นครลอสแอนเจลิส และที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองที่มีชุมชนชาวอเมริกันผิวสีขนาดใหญ่ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดกั้นทางหลวงบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก แต่ก็ยังไม่มีรายงานเหตุรุนแรงจากการประท้วงในเมืองใหญ่เหล่านี้
รายงานข่าวระบุด้วยว่า แม้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ และครอบครัวนายบราวน์ ได้ออกมาเรียกร้องขอให้ชาวอเมริกันยอมรับมติตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่ และนายเจ นิกสัน ผู้ว่าการรัฐมิสซูรี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมถึงสั่งเตรียมพร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รับมือมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ยังไม่วายเกิดเหตุประท้วงรุนแรงในเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที และพื้นที่อื่นๆของเมืองเฟอร์กูสัน
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสความตึงเครียดทางเชื้อชาติระหว่างชาวอเมริกัน ผิวสีกับตำรวจผิวขาวในสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น เพราะสาธารณชนมองว่านายวิลสันทำเกินกว่าเหตุและเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ หรือเหยียดผิว
ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวระบุว่าฝูงชนที่โกรธแค้น ได้ออกมาชุมนุมประท้วงบนถนนไล่ตั้งแต่ในนครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ในทางตะวันตกไปจนถึงนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ในตอนกลางและมหานครนิวยอร์ก เมืองใหญ่สุดของสหรัฐฯ หรือแม้แต่ที่ด้านนอกทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่ฝูงชนที่ชุมนุมที่ทำเนียบขาวได้สลายตัวไปหลังพ้นเที่ยงคืนวันเดียวกัน ต่างจากการประท้วงในเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที เมืองเฟอร์กูสัน ที่ยังมีต่อเนื่องมาจนล่วงถึงเช้าตรู่วันที่ 25 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น โดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นชาวอเมริกันผิวสีที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้น ยังได้จุดไฟเผารถตำรวจ และเผารถในโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่งหลายคัน รวมทั้งปล้นสะดมร้านค้าหลายแห่ง ซึ่งมีรายงานด้วยว่าระหว่างการประท้วง ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ส่วนตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาสกัดฝูงชนที่กำลังเดือดดาล
อย่างไรก็ดี ผลจากการประท้วงรุนแรงทำให้เที่ยวบินอย่างน้อย 10 เที่ยวที่บินมุ่งหน้าเข้าเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงสนามบินอื่นแทน เพราะมีรายงานการยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการบิน
ด้านนายจอห์น เบลมาร์ ผู้บัญชาการตำรวจเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที ระบุในเวลาต่อมาว่า ได้ยิน เสียงปืนดังขึ้นจากกลุ่มผู้ประท้วงมากถึง 150 นัด กระนั้นก็ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งจากฝ่ายตำรวจและกลุ่มผู้ ประท้วง และว่าคืนแห่งความโกรธแค้นนี้ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงที่เลวร้ายกว่าที่คาด การณ์ไว้ โดยอาคารถูกเพลิงเผาผลาญลุกลามไปถึง 12 แห่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ประท้วงได้ 29 คน
ก่อนหน้าที่เหตุประท้วงในเขตเซนต์ หลุยส์เคาน์ทีจะรุนแรงบานปลายในหนนี้ รายงานข่าวระบุว่า นางเลสลี แม็คสแปดเดน แม่ของนายบราวน์ และฝูงชนจำนวนหนึ่งได้มาชุมนุมฟังการถ่ายทอดการอ่านแถลงมติของคณะลูกขุนใหญ่ ในคดีที่มีนายโรเบิร์ต แม็คคัลล็อค อัยการเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที เป็นเจ้าของคดี ซึ่งนางเลสลีถึงกับร่ำไห้และกรีดร้องออกมาอย่างเศร้าโศกหลังได้ยินผลตัดสิน ของคณะลูกขุน ก่อนที่ฝูงชนจะพานางเลสลีออกมาและจากนั้นฝูงชนก็เริ่มระบายอารมณ์โกรธแค้น ผิดหวังในผลตัดสิน ด้วยการเข้ารื้อสิ่งกีดขวางและขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ
สหรัฐฯยังวุ่น ประชาชนก่อหวอดประท้วง เหตุไม่พอใจคำตัดสินลูกขุนคดีตำรวจผิวขาวยิงวัยรุ่นผิวสีเสียชีวิตในเมือง เฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี แม้มีการหักล้างด้วยหลักฐานว่า วัยรุ่นรายดังกล่าวพยายามเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน แต่เหตุประท้วงยังลุกลามไปในหลายเมืองใหญ่ ถึงขั้นเผาทำลายรถตำรวจ และเพลิงโหมเผาผลาญอาคารไปหลายหลัง
ความขัดแย้งทางเชื้อชาติได้กลับมาปะทุในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ว่า ได้เกิดเหตุประท้วงในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 24 พ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่น รวมทั้งที่เขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี ซึ่งการประท้วงลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรง มีการเผารถตำรวจและปล้นสะดมร้านค้า หลังจากที่คณะลูกขุนใหญ่มีมติไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีนายดาร์เรน วิลสัน อดีตนายตำรวจผิวขาวแห่งสถานีตำรวจเขตเซนต์ หลุยส์ เคาน์ที เมืองเฟอร์กูสัน ที่ยิงนายไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสี อายุ 18 ปี เสียชีวิตทั้งที่ไม่มีอาวุธในมือ ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ญาติของนายบราวน์และชุมชนชาวอเมริกันผิวสีในเมืองเฟอร์กูสัน เกิดความโกรธแค้น และกลายเป็นชนวนเหตุประท้วงรุนแรงในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา
แหล่งที่มา : ไทยรัฐ
Source: ผิวสีในสหรัฐ จลาจลเผารถ