อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณพื้นที่จัดงานโดยรอบมีการรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ทหาร 1 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทั้งตำรวจสายสืบ ตำรวจจราจร และตำรวจในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ อีกจำนวน 1 กองร้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้กำกับ สภ.ปากเกร็ด ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอดส่องและสังเกตการณ์บุคคลที่เข้ามาร่วมงาน เน้นตรวจสอบบัตรผู้เข้าร่วมงาน หากบุคคลใดไม่มีบัตรจะต้องเชิญออกจากบริเวณงาน เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดเหตุซ้ำรอยนักศึกษาแฝงตัวเข้ามาชู 3 นิ้ว ต้านรัฐประหาร ที่จังหวัดขอนแก่น ขณะที่ก่อนเข้างานเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจค้นกระเป๋าผู้เข้าร่วมงานอย่าง เข้มงวด พร้อมตั้งเครื่องสแกนตรวจหาวัตถุอันตรายทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วานนี้ (23 พ.ย.) ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้กราบบังคมทูลฯผลการดำเนินงานที่ทุกคนกำลังช่วยกันพัฒนาประเทศ ซึ่งพระองค์ท่านทรงเข้าพระทัยในทุกเรื่อง และทรงมีความเป็นห่วง เนื่องจากวันนี้ประเทศต้องลงทุน และเดินหน้า พร้อมรับสั่งว่า การบริหารประเทศในช่วงนี่เป็นงานที่หนัก และต้องเร่งให้ทันกับเวลาที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ที่จะต้องเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้า ซึ่งเวลาไม่รอ และเดินทุกวัน ทุกวินาทีมีค่า เหมือนอย่างที่ตนก็ทำงานทุกวัน ทุกวินาที เพราะฉะนั้น ต้องมีหัวใจร่วมกัน และอยากขอหัวใจร่วมกันในการทำงาน เสียสละ และบางอย่างมันไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งตนไม่โทษใครทั้งสิ้น ถือเป็นภาระของทุกรัฐบาล ที่ต้องขับเคลื่อน และดูแลทุกคนในการเดินหน้าประเทศให้ได้ วันนี้ทุกหน่วยงานต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน วันนี้เราไม่ได้ตั้งกติกามาจำกัดการเดินหน้าประเทศ แต่เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินหน้าประเทศ ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปทุกเรื่องเอาของเก่ามาทำใหม่เพื่อลูกหลาน ทุกคนต้องช่วยกันอย่าขัดแย้ง ฝากทุกหน่วยงานมห้ร่วมกันคิดต่อไปว่า จะแก้ปัญหาให้เราเป็นเพชรน้ำหนึ่งที่ดีงาม เพราะประเทศชาติสำคัญที่สุดมากกว่าตัวเรา อยากให้ลูกหลานมีความสุขเราต้องช่วยกันทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันแห่งความสุข มามอบรางวัลดีกว่าทำโทษคน การมอบรางวัลเป็นการแสดงถึงความภาคภูมิใจ และกำลังใจ วันนี้ถือเป็นวันดีที่เพชรเม็ดนี้ เข้าสู่ปีที่ 10 และจะมีการขุดเพชรเม็ดใหม่ และทำให้งดงามเปล่งแสงมากกว่าเดิม เป็นที่น่าชื่นชมยินดีสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน เป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจ หน้าที่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หรือรัฐบาล มีหน้าที่ให้บริการประชาชน วันนี้โลกไม่ได้มองแค่ประเทศไทย ไม่ได้มองว่า ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี แต่มองว่า ประเทศอยู่ตรงไหนของโลก ซึ่งประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถโตด้วยตัวเองได้ ต้องทำให้เกิดความพร้อม เมื่อประเทศไทยเข้มแข็ง อาเซียนก็จะเข้มแข็ง ต้องให้ความสำคัญในองค์กร สร้างให้เกิดความเข้มแข็ง และให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน ทุกคนมีความตั้งใจสูง ทำทุกอย่างให้เกิดความราบรื่น สมดุลกับการหารายได้ ทั้ง 56 แห่ง ให้มีกำไร และการบริการให้ประชาชนพึ่งพอใจ วันนี้เราต้องการสร้างสังคมที่มีความเอื้ออาธร เผื่อแผ่แบ่งปัน สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้ประเทศไทย สร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในหัวใจให้ได้ และจะคิดได้ว่าจะทำอะไรให้องค์กร และประเทศชาติต่อไป ที่สำคัญต้องสร้างความเชื่อมั่น และศรัทธาให้ประชาชน และหวังว่ารัฐวิสาหกิจจะได้รางวัลด้วยกันทั้งหมด
นายกฯ เผย “ในหลวง”ทรงห่วงบริหารประเทศช่วงนี้งานหนัก ทั้งต้องแข่งกับเวลา-เตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้า พร้อมให้กำลังใจรัฐวิสาหกิจ สร้างเชื่อมั่นศรัทธาให้ปชช.
วันนี้ (24 พ.ย.) เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2557 ซึ่งในปีนี้ผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น มีทั้งสิ้น 9 ประเภทรางวัล
แหล่งที่มา : ไทยรัฐ
Source: นายกฯ เผยในหลวง ห่วงบริหารปท.ช่วงนี้งานหนัก ต้องแข่งกับเวลา