นายอำนวย กล่าวอีกว่า กนย.ได้หยิบยกข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ ในการใช้ยางภายในประเทศ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยางภายในประเทศ ในปี 2558 เป็นเรื่องเดียวกันทั้งระบบ แล้วนำเสนอในที่ประชุมครม.ต่อไป
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2558 โดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ว่า ก่อนเริ่มการประชุมดังกล่าว ผู้แทนเกษตรกรที่อยู่ใน กนย. ได้ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานให้ทราบว่า เกษตรกรชาวสวนยางสามารถรวมกลุ่มได้จากเดิม 5 กลุ่ม เป็น 7 กลุ่ม ซึ่งมีตัวแทนจากทุกภาค และจะประสานงานกับรัฐบาลในการพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจกับ รัฐบาล เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางเป็นหนึ่งเดียวกันที่จะช่วยให้รัฐบาลเข้าไปแก้ ปัญหาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังแจ้งให้นายกฯ ทราบด้วยว่า กรณีของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย รัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้แทนฝ่ายรัฐบาล จำนวน 5 คน โดยให้มีตัวแทนเกษตรกรเข้ามาร่วม 3 คน และฝ่ายรัฐบาลมีเพียงตน และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นตัวแทน
นายอำนวย กล่าวอีกว่า ขณะที่ในการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปาก มีเงินใช้จ่าย อีกทั้งนายกฯได้เรียกร้องให้ผู้ประกอบการและฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีความสามัคคีกัน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยางพารามีความก้าวหน้ามากขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกให้ได้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบว่า สถานการณ์ยางพาราของโลกและของประเทศไทยตอนนี้สาหัสมาก เพราะราคาน้ำมันลดลงมาเหลือลิตรละ 30 กว่าบาท ทำให้ราคายางเทียมอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท รัฐบาลจึงต้องผลักดันให้ยางธรรมชาติให้มีราคาที่สูงขึ้น แต่เป็นเรื่องยาก ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามทำให้ราคายางแผ่นดิบรมควัน ชั้น 3 สูงขึ้น จากราคากิโลกรัมละ 55 บาท ขยับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 63.15 บาท และยางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 58 บาท
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
Source: กนย.สั่งเร่งระบายยางในสต๊อก